คลังเก็บ

ส่งท้ายปีเก่าปี 2559 กับ 10 เรื่องดีๆ ในปี 2559 ของครูหนึ่ง (วรัญญู อติศักดิ์กุล)

10 เรื่องดีๆ ในปี 2559

                        อาชีพครูเป็นอาชีพที่เป็นตัวอย่างให้กับคนในสังคม ถ้าครูดี ก็จะสามารถสอนลูกศิษย์อีกหลายๆ คนให้เป็นคนดีได้ อีกทั้งปีนี้เป็นปีพิเศษและเป็นปีแรกที่ครูหนึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ในรอบปีที่ผ่านมาให้กับนักเรียนและบุคคลที่สนใจได้รับทราบใน 10 เรื่องที่ดีๆ ในปี 2559 ให้กับทุกคนได้รับทราบ
สำหรับงานเขียนชิ้นนี้เป็นงานเขียนที่ตั้งใจเขียน ถึงแม้ว่าจะมีประเด็นที่ผู้เขียนคิดแล้วคิดอีกอยู่เรื่องหนึ่งว่า “เราจำเป็นจะต้องบอกให้คนอื่นๆ รู้รึเปล่าในสิ่งที่เราทำ ทำเอง เขียนเอง ประชาสัมพันธ์ตัวเอง ในเมื่อสิ่งๆ หนึ่งที่ครูยึดเป็นหลักคิดอยู่เสมอ คือ การปิดทองหลังพระ ซึ่งก็ทำมาโดยตลอด” แต่ปีนี้เป็นปีที่ครูได้มีโอกาสผลักดันและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนหลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จจากการทำความดี สิ่งที่พบคือ คนดี ควรจะมีโอกาสได้รับการประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่ดีๆ ที่ตนเองได้ทำไป เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคม และเป็นสื่อด้านดีให้กับคนในสังคมได้ปฏิบัติตามเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปเป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยเราทุกคนสามารถทำตามหรือเลียนแบบจากตัวอย่างดีๆ ที่มีอยู่จริงได้

1.

31-12-2559-16-57-08

วันที่ 22 กันยายน 2559 สมาชิกใหม่ของครอบครัวอติศักดิ์กุลถือกำเนิดขึ้น คือ เด็กชายกตัญญู อติศักดิ์กุล หรือน้องเก่ง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นบุตรคนที่ 2 ของครูหนึ่งกับครูเอ ทรรศนีย์ อติศักดิ์กุล โดยบุตรคนแรก ชื่อ เด็กหญิงเบญจศีล อติศักดิ์กุล หรือน้องเก้า ครูหนึ่งต้องถือโอกาสนี้ขอขอบคุณครอบครัวทั้งพ่อแม่หนึ่งกับเอ น้องๆ เพื่อนครู เพื่อนๆ และคนรู้จักอีกหลายๆ ท่านที่ได้มาเยี่ยมและซื้อสิ่งของมามอบให้กับน้องเก่ง

2.

25-11-2559-10-51-57

ความสำเร็จของคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่คณะกรรมการสภานักเรียนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากการรวบรวมผลงานของคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ในฐานะหัวหน้างานส่งเสริมประชาธิปไตยและสภานักเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปี สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการได้รับรางวัลต้นแบบสภานักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 นายกันนที ใจแก้ว ประธานนักเรียนได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานสภานักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 และรางวัลที่ภาคภูมิใจที่สุดในปลายปีที่ผ่านมา คือ สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ได้เป็นตัวแทน ภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าร่วมการแข่งขันสภานักเรียนระดับชั้น ม.1 – ม.6 ระดับประเทศ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 โดยในระดับภาค สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ คว้ารางวัลเหรียญทอง รองชนะเลิศอันดับที่ 1 มาครอง ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการร่วมแรงร่วมใจของคณะกรรมการสภานักเรียน ประจำปีการศึกษา 2559 ทุกคน คุณครูที่ปรึกษาสภานักเรียนทุกๆ ท่าน คณะครูโรงเรียนสมุทรปราการที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของสภานักเรียนและให้คำปรึกษาสภานักเรียนถึงแม้นว่าจะไม่ได้เป็นที่ปรึกษาโดยตรง ผู้บริหารโรงเรียนทุกท่าน สมาคมศิษย์เก่า และเครือข่ายของสภานักเรียนทุกๆ เครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายสภานักเรียนด้วยกัน เครือข่ายภายในโรงเรียนที่มีความเข้มแข็ง และเครือข่ายองค์กรภาครัฐ เอกชนและท้องถิ่นต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

3.

7-11-2559-1-07-20

มีการจัดทำเว็บไซต์สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ควบคู่ไปกับ Page facebook ของสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็น Page facebook สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ เป็น Page สภานักเรียน ที่มียอดกด like มากที่สุดในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเว็บไซต์สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการมีเป้าหมายของการจัดทำขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมผลงานของสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการให้เป็นระเบียบ คณะกรรมการสภานักเรียนที่ทำกิจกรรมสามารถค้นหาผลงานที่ตนเองได้ทำได้จากการกด กิจกรรม แล้วเข้าไปที่ กิจกรรม ปี 2559 ซึ่งจะ link กับข้อมูลใน facebook ทำให้คณะกรรมการสภานักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลของตนเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประโยชน์อย่างที่ 2 คือ เป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมสภานักเรียนและการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้กับชุมชนและสังคมได้รับทราบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ภายในโรงเรียนของตนเองได้ ประโยชน์อย่างที่ 3 คือ การสร้างเว็บไซต์จะทำให้ข้อมูลต่างๆ ของสภานักเรียนเป็นทางการมากยิ่งขึ้น นักเรียนสามารถ search หาข้อมูลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและเป็นที่รู้จักของสังคมวงกว้าง เช่น พิมพ์ชื่อ กันนที ใจแก้ว ใน google ก็จะสามารถหาข้อมูลได้อย่างมากมาย โดยการจัดทำเว็บไซต์เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2559

4.

12-11-2559-22-15-39

การจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2559 สำเร็จ ปัจจุบันเป็นธรรมนูญฉบับที่ 3 ที่ได้เคยร่างมา หลังจากที่ได้มีโอกาสจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน ฉบับแรก คือ ธรรมนูญสภานักเรียนโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฉบับที่ 2 คือ ธรรมนูญกรรมการนักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2556 ซึ่งการจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2559 ได้มีการพัฒนาการจัดทำธรรมนูญ โดยในฉบับนี้ ได้มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่างธรรมนูญสภานักเรียน ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา ตัวแทนคณะครูและตัวแทนนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำธรรมนูญฉบับนี้ จนเป็นผลสำเร็จ โดยธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้งประธานคณะสี เพิ่มขึ้นมา และปรับปรุงธรรมนูญให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น มีการเปลี่ยนคำจาก “กรรมการนักเรียน” มาเป็น “สภานักเรียน” การเพิ่มเกี่ยวกับค่านิยม 12 ประการเข้ามาเป็นหนึ่งในหน้าที่ของสภานักเรียนที่จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ การกำหนดเกรดของผู้สมัครเป็นประธานนักเรียน ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เป็นต้น และต้องขอขอบคุณประสบการณ์ดีๆ จากในอดีตที่ครูเคยเป็นนายกองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บงบประมาณมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย

5.

31-12-2559-21-34-56

เป็นคุณครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนในการแข่งขันการสร้างสรรค์ผลงานด้วยโปรแกรม GSP ทั้งในระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย เข้าร่วมการแข่งขันระดับภาคกลางและภาคตะวันออก งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 ณ จังหวัดจันทบุรี ถึงแม้นว่าจะได้เพียงแค่เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขันแต่ถือได้ว่าเราได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาก โดยทุกๆ ปี ครูมีหน้าที่ในการฝึกซ้อมนักเรียนในการแข่งขันคิดเลขเร็ว และการสร้างสรรค์ผลงานด้วยโปรแกรม GSP ทั้งในระดับชั้น ม.ต้นและ ม.ปลาย ซึ่งปีนี้ก็ถือได้ว่าเป็นปีที่ 3 แล้วที่ได้มีโอกาสฝึกซ้อมให้กับนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ และเป็นปีแรกที่ได้มีโอกาสเข้ารอบไปแข่งขันในระดับภาค และได้สร้างมิติใหม่ของการฝึกซ้อมนักเรียนโดยการให้คุณครูภัทรพล แก้วเสนา โรงเรียนวัดทรงธรรม ซึ่งเป็นครูที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการแข่งขัน GSP ภายในจังหวัดสมุทรปราการได้ช่วยสอนนักเรียน ถึงแม้นว่าในระดับเขตพื้นที่จะเป็นคู่แข่งขันกันก็ตาม แต่คุณครูภัทรพล แก้วเสนา ก็สอนนักเรียนอย่างไม่ห่วงวิชาความรู้เลย และต้องขอขอบคุณคุณครูภัทรพล แก้วเสนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

6.

การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับคณิตศาสตร์

31-12-2559-22-07-48

ช่วงต้นปี วันที่ 16 มกราคม 2559 โรงเรียนบางระจันวิทยา จังหวัดสิงห์บุรี โดยคุณครูวุฒิศักดิ์ พวงทอง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อนที่แสนดีและคบกันมานานกว่า 10 ปี ได้รับการติดต่อให้ไปสอนนักเรียนเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม GSP เบื้องต้น ในกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพนักเรียน โครงการห้องเรียนคุณภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภายนอกครั้งที่ 3 หลังจากครั้งล่าสุด เมื่อเกือบ 8 ปีที่แล้ว  ครูได้ไปเป็นวิทยากร ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในหัวข้อ “เรียนๆ เล่นๆ ต้องเรียนเป็น” สิ่งที่ประทับใจ คือ นักเรียนตั้งใจเรียนดี และได้รับเงินตอบแทนค่าวิทยากร มาเป็นจำนวนสามพันกว่าบาท ครูได้ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลในการมอบเงินจำนวน 2,500 บาท ให้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เงินอีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้เป็นค่าเดินทางเนื่องจากต้องขับรถไปสิงห์บุรีด้วยตนเอง ต้องขอขอบคุณคุณครูวุฒิศักดิ์ พวงทอง มากๆ ที่ให้โอกาสในการเป็นวิทยากรในครั้งนั้น ทำให้เพื่อนคนนี้มีความมั่นใจในการสอนนักเรียนมากขึ้น

31-12-2559-21-51-05

ช่วงปลายปี วันที่ 8 ธันวาคม 2559 โรงเรียนเทศบาลปากน้ำศิริวิทยานุสรณ์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยคุณครูพงศ์เทพ เขม้นกสิกรรม เพื่อนครูที่อบรมลูกเสือ ATC ด้วยกันเมื่อปี 2558 ได้โทรศัพท์ติดต่อมาให้ช่วยเป็นวิทยากรคณิตศาสตร์ให้หน่อย เนื่องจากไม่สามารถติดต่อวิทยากรคนอื่นได้ ในความคิดครู เมื่อเพื่อนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือถ้าเราสามารถช่วยเหลือได้ก็จะช่วยเสมอ โดยงานนี้ครูได้เป็นวิทยากรค่ายคณิตศาสตร์ เพื่อการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ และได้ให้ความรู้นักเรียนในหัวข้อ “STEM EDUCATION”  โดยนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมคือนักเรียนโรงเรียนเทศบาลปากน้ำศิริวิทยานุสรณ์ทั้งโรงเรียน จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 350 คน และต้องขอขอบคุณคุณครูพงศ์เทพ เขม้นกสิกรรม ที่ให้โอกาสวิทยากรคนนี้มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

7.

31-12-2559-22-35-15

เป็นคุณครูประจำชั้นที่รวบรวมเงินผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาให้โรงเรียนสมุทรปราการได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโรงเรียน โดยได้เป็นเงินประมาณ 106,000 บาท มามอบให้กับโรงเรียนสมุทรปราการ เพื่อนำมาพัฒนาห้องเรียนต่างๆ ในโรงเรียน โดยโรงเรียนได้นำเงินผ้าป่าที่ได้ ไปทำการติดตั้งเครื่องเสียงและเครื่องฉายภาพภายในห้องเรียน จากผลงานผ้าป่าสามัคคีที่ได้เป็นอันดับที่ 2 และยอดเงินเกินหนึ่งแสนบาท ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมอบสร้อยคอทองคำ 1 สลึงให้กับคุณครูที่สามารถทำได้ ครูได้นำสร้อยคอทองคำที่ไได้ในวันนั้นไปขาย แล้วนำเงินที่ได้จากการขายทั้งหมดมอบให้กับนักเรียนห้องเรียน ม.2/1 เพื่อเป็นเงินห้อง สุดท้ายนี้เงินผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา บุคคลที่มีผลงานมากที่สุดคือผู้ปกครองนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกท่านและนักเรียน ม.2/1 ทุกคน ที่ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อนำเงินมาพัฒนาโรงเรียนสมุทรปราการให้พัฒนามากยิ่งขึ้น ครูหนึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

8.

31-12-2559-22-48-37

เด็กหญิงปุณณมาส ขาวผ่อง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ในนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่รับโล่ห์รางวัลจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการในวันเด็ก ปี 60 โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการได้เข้ามาถ่ายทำวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติและแนวคิดของปุณณมาส ปุณณมาส ไม่ใช่นักเรียนห้อง ม.2/1 คนเดียวที่ครูหนึ่งได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริม ครูได้สอนให้นักเรียนตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม เมื่อมีการแข่งขันของกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือกิจกรรมใดๆ ครูก็จะสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมและรู้จักที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนักเรียนห้อง ม.2/1 ไม่มีนักเรียนที่ติด 0, ร , มส , มผ และยังมีผลการเรียนในระดับต้นๆ ของระดับชั้นเรียนอยู่หลายคน เช่น เด็กชายอลงกรณ์ ซึ่งมีผลการเรียน 4.00 ทุกภาคเรียน ครูเองก็ต้องขอบใจนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกคนที่ตั้งใจเรียน และเป็นนักเรียนที่ดีอยู่เสมอ

9.

31-12-2559-23-02-25

ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการทำความดี โดยการบริจาคโลหิตต่อชีวิตให้กับผู้อื่น เนื่องจากครูหนึ่งเป็นครูที่บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันเป็นครั้งที่ 15 แล้ว จุดเริ่มต้นของการบริจาคโลหิตคือ มีเพื่อนครูในโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ คือ พี่เนตร ติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ต้องการเลือดกรุ๊ป A มาใช้ในการรักษา ครูหนึ่งตอนนั้นก็อายุ 27 ปีแล้ว ต้องการที่จะบริจาคโลหิตให้กับพี่เนตร ซึ่งก่อนหน้านั้นก็กลัว ไม่เคยจะบริจาคโลหิตเลย แต่จากวันนั้น ทำให้ครูหนึ่งบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอมา และปีนี้ในฐานะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน ครูหนึ่งและครูปาล์ม (คุณครูธรรศกร ดิษฐสุวรรณ) ได้ร่วมกันเชิญชวนนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ โดยเริ่มจากคณะกรรมการสภานักเรียนร่วมกันบริจาคโลหิต ในโครงการบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ประจำปี 2559 ร่วมกับทางจังหวัดสมุทรปราการ เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยโรงเรียนสมุทรปราการไม่ได้ส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการบริจาคมาหลายปีแล้ว และจากจุดเริ่มต้นนั้นเอง จึงทำให้คณะกรรมการสภานักเรียนและนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการหลายคน เริ่มที่จะบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ

10.

31-12-2559-23-17-18

การสอนเสริมให้กับนักเรียนอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นประจำทุกปี ที่ครูหนึ่งได้ขออนุญาตผู้อำนวยการในการสอนเสริมให้กับนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการทั้งช่วงเย็น เวลา 15.10 – 16.00 น. สอนให้กับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ เพื่อให้นักเรียน ม.1/1 มีความรู้มากกว่านักเรียนปกติ และเวลา 16.00 – 17.00 น. สอนเสริมให้กับนักเรียน ม.ต้น ที่ต้องการจะเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม และในช่วงปิดภาคเรียน ครูหนึ่งเองก็สอนเสริมให้กับนักเรียนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย ถึงแม้นว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยุ่งมากไม่ค่อยจะได้สอน แต่ความตั้งใจของครูก็ยังคงมีอยู่เสมอ ” เพราะคนเป็นครูจะต้องสอนหนังสือ ให้นักเรียนมีความรู้และเป็นคนดี ครูจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี รู้จักที่จะเสียสละ เพราะปัจจุบัน ถ้าครูทุกคนหันไปสอนพิเศษ เก็บเงินนักเรียนกันหมด แล้วใครเล่าจะเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนได้ นักเรียนโตขึ้น ก็จะสอนคนอื่นโดยหวังสิ่งตอบแทนเช่นตัวอย่างที่พบเห็นอยู่ ความรู้ไม่ควรจะคิดเป็นเงินเสมอไป ถ้ามีโอกาสมอบให้ได้ ครูคนนี้ก็จะไม่ปฏิเสธเลย ”

สุดท้ายนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องราวในปีที่ผ่านมาที่ครู ไม่ได้กล่าวถึง ครูต้องขอขอบคุณพ่อ แม่ ที่สอนให้ครูเป็นคนดี รู้จักที่จะเสียสละ ขอขอบคุณภรรยา ที่อยู่เบื้องหลังในทุกๆ การกระทำเป็นผู้ให้กับสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ขอบคุณน้องๆ ลูกๆ ที่เป็นกำลังใจให้กับเข้าใจกัน ขอขอบคุณครูบาอาจารย์และสถาบันการศึกษา ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้และสอนให้เป็นคนดี ขอขอบคุณผู้บริหาร เพื่อนครู และเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจและเปิดโอกาสให้ทำในสิ่งที่ดีๆ ขอขอบคุณผู้ปกครองนักเรียน ที่มอบของขวัญปีใหม่ให้และช่วยเหลือครูเมื่อขอความร่วมมือ ขอขอบใจคณะกรรมการสภานักเรียน ปี 2559 ทุกคนที่รวมกันพัฒนาโรงเรียนไปด้วยกัน ขอขอบใจนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกคนที่เป็นนักเรียนที่น่ารักและตั้งใจเรียน และขอขอบคุณนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการที่เริ่มที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น

ปีหน้าก็ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จ คิดสิ่งใดก็ให้สมดั่งปรารถนาทุกประการ

 

โฆษณา

วันแรกกับโครงการส่งเสริมฯ อัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์ฯ รุ่นที่ 4 ค่ายที่ 4 สพม.6

โครงการส่งเสริมและพัฒนาอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์รุ่นที่ 4 ค่ายที่ 4 “งานวิจัยวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เพื่อท้องถิ่น” 25 – 29 มีนาคม 2556 ณ ศูนย์ฝึกอบรมบางปะกง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

… ครูเอได้มีโอกาสไปเป็นครูที่ปรึกษาการทำโครงการของนักเรียนที่เข้าร่วม โครงการฯ ข้างต้น โดยในวันที่ 25 มีนาคม หลังจาก ดร.นิวัตต์ น้อยมณี ผอ.สพม.6 กล่าวเปิดค่ายแล้ว มีการบรรยาย “แนะแนวคำถามสู่ปัญหาการวิจัย” โตย ดร.นวกชมน เจริญสุข

รูปภาพ

ช่วง บ่ายเข้าฐานการเรียนรู้โรงงานไฟฟ้าบางปะกง ได้ดูระบบหล่อเย็น เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำที่ผ่านกระบวนการผลิตไฟฟ้าด้วยก๊าซธรรมชาติ ก่อนปล่อยน้ำคืนสู่ธรรมชาติ

รูปภาพ

จาก นั้นมีการนำเสนอสิ่งที่ได้จากการศึกษาดูงานเพื่อต่อยอดเป็นปัญหาการวิจัย กิจกรรมนี้นำโดย อ.ชูชาติและ อ.เบญจมาศ แพน้อย โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

รูปภาพ

ในตอนค่ำมีกิจกรรมนันทนาการและวางแผนสำรวจระบบนิเวศที่เกาะนก ต.ท่าข้าม จ.ฉะเชิงเทรา

รูปภาพ

รูปภาพ

ทาง โรงไฟฟ้าบางปะกง ฝากข่าวมาประชาสัมพันธ์ว่ากำลังเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของโรงไฟฟ้าบางปะกงได้เลยค่ะ

…ยังมีโปรแกรมอีก 4 วัน ติดตามชมกิจกรรมต่างๆ กันนะคะ

12 ทักษะเด็กไทยในอนาคต

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 17:30 น.

วันนี้(20มี.ค.) ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช  ทองโรจน์  ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เปิดเผยว่า  เมื่อเร็ว ๆนี้   คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรฯ ได้สรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับร่างทักษะของเด็กไทยในอนาคตที่อยากเห็นจากหลัก สูตรการศึกษาไทย  เพื่ือใช้เป็นแนวทางในการยกร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ ที่กำหนดโครงสร้างหลักสูตร เนื้อหาด้านวิชาการ กระบวนการเรียนการสอน และกิจกรรมประกอบหลักสูตร   ทั้งนี้ทักษะที่กำหนดในร่างดังกล่าวมาจากการดึงสิ่งที่หลายคนต้องการอยากจะ เห็นในเด็กศตวรรษที่ 21 และเป็นสิ่งที่เด็กไทยยังขาดอยู่ อย่างไรก็ตามจากนี้คณะกรรมการปฎิรูปหลักสูตรฯจะนำร่างนี้เผยแพร่ไปยังสื่อ ต่าง ๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็น พร้อมข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  และจะนำมารวบรวมสรุปเป็นร่างที่สมบูรณ์ต่อไป
ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช  กล่าวต่อไปว่า  สำหรับทักษะของเด็กไทยที่อยากเห็นมี 12 ทักษะ ได้แก่
1.ทักษะในการเรียนรู้ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สามารถหาความรู้ใหม่ได้ตลอดชีวิต
2. มีกระบวนการคิดแบบพิเคราะห์
3.มีความคิดและความสามารถในการสร้างสรรค์
4. มีความสามารถในการเผชิญปัญหา หาแนวทางและดำเนินการแก้ไขปัญหา
5.มีความสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบการดำรงชีวิตในยุคใหม่
6.มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
7.มีความสามารถในการสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด ความรู้ และสร้างความเข้าใจ
8.มีสำนึกความรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและสังคม
9.มีทักษะในการครองสติ เสริมสร้างจิตปัญญาและความดี
10.มีทักษะความเป็นไทย ซึ่งสามารถใช้ดำรงตนในโลกยุคใหม่
11.มีทักษะประชาธิปไตย เคารพความคิดและความเห็นที่แตกต่าง และสามารถบริหารความขัดแย้ง
และ12. มีทักษะในการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ มีความเป็นผู้ประกอบการและการมีอาชีพที่มีคุณภาพ

ขอขอบคุณ ที่มา: เว็บไซต์เดลินิวส์

มารู้จักบทอาขยานภาษาอังกฤษกันเถอะ

เมื่อวานหลังจากที่ครูเอไปจัดหนังสือในห้องแม่ พบหนังสือชื่อเรื่องบทอาขยานภาษาอังกฤษ เห็นเด็กๆ สอบท่องแต่อาขยานภาษาไทย ไม่คิดว่าจะเคยมีการเรียนท่องบทอาขยานภาษาอังกฤษด้วย หนังสือนี้เป็นหนังสือเมื่อปี พ.ศ.2511 ราคาเล่มละไม่ถึง 1 บาท แต่เนื้อหาไม่ได้ล้าสมัยเลย ลองศึกษาดูนะคะรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ สิบกลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่าน ใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 สิงหาคม 2552 17:11 น.

จากพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตอนที่ทรงเล่าถึงวิธีการซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใช้อบรมพระราชโอรส และพระราชธิดานั้น ได้สะท้อนถึงกลวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเปี่ยมไปด้วยศาสตร์และศิลป์ โดยอาจสังเคราะห์ออกเป็น 10 วิธีการ เพื่อที่พสกนิกรจักน้อมนำไปปรับใช้สร้างเสริมนิสัยรักการอ่านในครอบครัวของ ตนได้ ดังนี้

“…พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรก ท่านจะได้ดูว่ารับประทานที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะและประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือ ท่านจะเลือกหนังสือดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟัง หนังสือที่ท่านเอามาเล่า บางทีก็เป็นนิทานธรรมดาๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์,ประวัติบุคคลสำคัญและความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย

นานๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด ๑ บาท เป็นที่ขบขันกันในครอบครัวว่า หนังสือธรรมดาๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่า มันสนุกตื่นเต้น มีรส มีชาติขึ้นมาทันที

ท่านจะเน้นระบายสี หยิบยกจับความที่น่าสนใจมาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ที่เปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะ ก็อาศัยจำเอาจากสมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติมแล้วใช้ตอบข้อสอบ หรือเขียนรายงานส่งครูสบายๆ เรื่องนิทานของสมเด็จแม่ มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือเรื่องผี แต่ก่อนนี้พี่เลี้ยงไม่ยอมเล่าเรื่องผี พอไปโรงเรียนเพื่อนๆ ก็มาหลอก สมเด็จแม่ท่านว่า ถ้ามานั่งอธิบายว่าผีไม่มีจ้างก็ไม่เชื่อ ท่านจึงสำทับโดยการเล่าเรื่องผีที่น่ากลัวกว่าให้เข็ด

เมื่อตอนเล็กๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทยโดยการอ่านวรรณคดีเรื่องยืนโรงสามเรื่อง คือ พระอภัยมณี, อิเหนา และรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะๆ เช่น ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ

คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาแต่เล็กๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอนตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างจะอ่อนและหนีเรียนอยู่เสมอ หลังจากฟังพระบรมราโชวาทของทูลกระหม่อมพ่อเรื่อง “ทำไมคนเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ” แล้ว สมเด็จแม่ก็ค่อยๆ เริ่มสอนศัพท์อังกฤษให้ท่อง ให้อ่านหนังสือตามลำดับยากง่าย จนเดี๋ยวนี้พอจะส่งภาษาฝรั่งมังฆ้องมังค่าได้…”

บางตอนจากพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วิธีที่ ๑. ใช้เวลาสบายๆ ของครอบครัวเพื่อส่งเสริมการอ่าน
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทาน อาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรก ท่านจะได้ดูว่ารับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะและประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือ…”

การน้อมนำไปปรับใช้
การสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านเริ่มต้นที่พ่อแม่ พ่อแม่อ่านลูกก็อ่าน พ่อแม่ควรจัดเวลาการอ่านหรือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับหนังสือที่ ชัดเจน แทนที่จะดูทีวีกลับเปลี่ยนเป็นพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือในระหว่างมื้ออาหาร พาลูกไปร้านหนังสือหรือห้องสมุดทุกสัปดาห์ การสร้างเสริมนิสัยรักการอ่านต้องไม่เคร่งเครียด ควรเป็นเรื่องสบายๆ ที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขร่วมกันได้

วิธีที่ ๒. เลือกหนังสือดีที่เด็กสนุก
ข้อความในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “แม่”

“…ท่านจะเลือกหนังสือดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟัง…”

การน้อมนำไปปรับใช้
หนังสือดีมีคุณภาพที่สนุก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กผูกพันกับหนังสือและการอ่าน เมื่อใดรู้ว่าลูกชอบเรื่องแบบไหน การส่งเสริมให้เกิดการขวนขวายอ่านเองของลูก ก็จะง่ายขึ้น

วิธีที่ ๓. ให้เด็กได้รู้เรื่องราวหลากหลาย จากพหุวัฒนธรรม
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…หนังสือที่ท่านเอามาเล่าบาง ทีก็เป็นหนังสือนิทานธรรมดาๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์, ประวัติบุคคลสำคัญหรือความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย…”

การน้อมนำไปปรับใช้
หนังสือหรือเรื่องราวบางแนวอาจไม่สนุกหรือน่าสนใจนักสำหรับเด็กๆ แต่การแนะนำที่มีเสน่ห์โดยพ่อแม่จะขยายขอบฟ้าแห่งการเรียนรู้ของลูกให้กว้าง ไกลและสร้างแรงบันดาลใจที่หลากหลาย ทำให้ลูกมีความรอบรู้ที่กว้างขวาง มีจิตใจที่เปิดรับความแตกต่าง รู้เหตุผลที่มาที่ไปของวัฒนธรรมต่างๆ ในโลกนี้

วิธีที่ ๔. มีกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…นานๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด ๑ บาท…”

การน้อมนำไปปรับใช้
การพัฒนาทักษะการคิดเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่ควรทำควบคู่ไปกับการสร้าง เสริมนิสัยรักการอ่าน เพราะในท้ายที่สุด เราหวังว่าเด็กๆ จะใช้ประโยชน์จากการอ่านได้ เด็กๆ ไม่อ่านเพื่อที่จะเชื่อ แต่อ่านเพื่อที่จะคิด ทั้งทักษะการคิดระดับต้น(จำ-เข้าใจ-ประยุกต์ใช้) และทักษะการคิดระดับสูง(วิเคราะห์-สังเคราะห์-ประเมิน) ดังนั้นการจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นการคิดและสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

วิธีที่ ๕. ใช้ทักษะนาฏการในการเล่า
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…เป็นที่ขบขันกันในครอบครัว ว่า หนังสือธรรมดาๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่า มันสนุกตื่นเต้นมีรสมีชาติขึ้นมาในทันที…”

การน้อมไปปรับใช้
วิธีการแบบนาฏการที่ง่ายที่สุดในการเล่าเรื่องสำหรับเด็กๆ คือ ๑.แยกเสียงบรรยายหรือการเล่าโดยทั่วไป ออกจากเสียงบทสนทนาของตัวละคร ๒.เล่าอย่างมีชีวิตชีวาโดยเห็นภาพพจน์ของสิ่งที่เล่าและภาวะอารมณ์ของตัว ละคร ๓.ออกเสียงชัดเจน ถูกอักขรวิธี แต่ในขณะเดียวกันก็มีลูกเล่นแปลกๆ บ้าง ๔.และที่สำคัญที่สุด มีความสุขในขณะเล่าไปพร้อมกับเด็กๆ

วิธีที่ ๖. ใช้กิจกรรมศิลปะเชื่อมโยงกับการอ่าน
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…ท่านจะเน้นระบายสี…”

การน้อมไปปรับใช้
กิจกรรมศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับหนังสือและการอ่าน นอกจากช่วยพัฒนาสุนทรียภาพในเด็กแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในมิติอื่นๆของเรื่องราว เป็นเสมือนการวิจัยย่อมๆ ที่เด็กๆ กระทำได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย กิจกรรมศิลปะมีหลากหลาย อาทิ วาดรูประบายสี (ด้วยเทคนิคต่างๆ – สีเทียน – สีไม้ – สีน้ำ – สีน้ำมัน – สีโปสเตอร์ – สีดิน – สีดอกไม้ – สีพืชผัก) ทำประติมากรรม,ทำหุ่น,ทำละคร,ร้องเพลง

วิธีที่ ๗. สอนให้รู้จักสกัดความรู้และจับใจความสำคัญ
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…หยิบยกจับความที่น่าสนใจขึ้น มาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ซึ่งเปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะ ก็อาศัยจำเอาจากที่สมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติมแล้วใช้ตอบข้อสอบหรือเขียนรายงานส่งครูสบายๆ…”

การน้อมไปปรับใช้
เมื่ออ่านแล้วต้องสามารถจับใจความสำคัญและสกัดความรู้ไปใช้ประโยชน์ ได้ แรกเริ่มพ่อแม่อาจช่วยสรุป ช่วยสกัดอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยสร้างความคุ้นเคยในระเบียบวิธีการแก่เด็กๆ เป็นปฐม ต่อมาอาจฝึกให้เด็กใช้แผนภูมิ แผนภาพต่างๆ เช่น แผนภาพใยแมงมุม แผนภาพก้างปลา เพื่อหัดจับใจความสำคัญและสกัดความรู้ความเข้าใจด้วยตนเองได้ หลายคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก แต่ที่จริงแล้วไม่ยากเลยหากเด็กได้มีการฝึกฝนทักษะเหล่านี้อยู่เป็นประจำ

วิธีที่ ๘. ต่อยอดจากประสบการณ์เดิมของผู้เรียน
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…เรื่องนิทานของสมเด็จแม่ มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือเรื่องผี แต่ก่อนหน้านี้พี่เลี้ยงไม่ยอมเล่าเรื่องผี พอไปโรงเรียนเพื่อนๆ ก็มาหลอก สมเด็จแม่ท่านว่า ถ้ามานั่งอธิบายว่าผีไม่มี จ้างก็ไม่เชื่อ ท่านจึงสำทับโดยการเล่าผีที่น่ากลัวกว่าให้เข็ด…”

การน้อบไปปรับใช้
พ่อแม่ต้องไวในเรื่องการรับรู้และความสนใจของลูก และเป็นฝ่ายช่วงชิงใช้ประโยชน์จากความสนใจที่เกิดขึ้นแล้วนั้นๆ เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้เสริมหรือนำมาใช้ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอย่างต่อ เนื่อง

วิธีที่ ๙. นำเด็กสู่โลกแห่งวรรณคดี
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…เมื่อตอนเล็กๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทยโดยให้อ่านวรรณคดีเรื่องยืนโรงสามเรื่อง คือพระอภัยมณี,อิเหนาและรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะๆ เช่น ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน…”

วิธีที่ ๑๐. พัฒนาทักษะไพรัชภาษาพาสู่โลกกว้าง
ข้อความในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่”

“…ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างจะอ่อนและหนีเรียนอยู่เสมอ หลังจากฟังพระบรมราโชวาทของทูลกระหม่อมพ่อเรื่อง “ทำไมคนเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ” แล้วสมเด็จแม่ก็ค่อยๆ เริ่มสอนศัพท์ภาษาอังกฤษให้ท่อง ให้อ่านหนังสือตามลำดับยากง่าย จนเดี๋ยวนี้พอจะส่งภาษาฝรั่งมังฆ้องมังค่าได้…”

การน้อมนำไปปรับใช้
การอ่านทำให้รู้จักตนเอง และรู้จักโลก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาทักษะการอ่านไพรัชภาษาในเด็กซึ่งกำลัง เติบโตขึ้นท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกทุกวันนี้ ตำราไทยที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศนั้นล่าช้ากว่าเวลาจริงของเอกสารนั้นๆ อยู่หลายปี บางเล่มเป็นสิบปี การที่เด็กเข้าถึงหนังสือต่างประเทศได้ ทำให้ไทยรู้เขารู้เรา สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีสากลมาประสมกับความรู้ไทย เพื่อสร้างสรรค์ประเทศของเราให้จำเริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ขอขอบคุณเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์

มุมมองนักคิดและนักปราชญ์เกี่ยวกับประเทศไทย

ผมอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสได้รับฟัง เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้ดีขึ้น

 

รูปภาพและผลการแข่่งขันโครงงานสุขศึกษาและพลศึกษา ม.4-ม.6 ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคใต้ ครั้งที่ 62 ณ จังหวัดภูเก็ต

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ครูหนึ่งได้นำภาพบรรยายกาศและผลการแข่งขันโครงงานสุขศึกษาและพลศึกษา ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคใต้ ครั้งที่ 62 ณ จังหวัดภูเก็ตมาฝากกันนะครับ

ศิลปหัตถกรรมภาคใต้ 62 (3)

เนื่องจากในปีนี้โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ได้เป็นตัวแทนระดับเขตพื้นที่การศึกษา (สพม.13 กลุ่ม สพม.ตรัง 1) ในการแข่งขันโครงงานสุขศึกษาและพลศึกษา ม.4 – ม.6 ซึ่งจัดแข่งขันในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการแข่งขัน A-MATH จัดแข่งขันในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 โดยการแข่งขันทั้ง 2 รายการนี้เป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาคเป็นครั้งแรก ซึ่งการแข่งขันโครงงานสุขศึกษาและพลศึกษาได้จัดแข่งขันเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยมีผลการแข่่งขันและภาพกิจกรรม ดังต่อไปนี้

ผลการแข่งขัน สุขศึกษา และพลศึกษา
โครงงานสุขศึกษาและพลศึกษา ม.4-ม.6

งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคใต้ ครั้งที่ 62 ระดับมัธยมศึกษา
ณ จังหวัดภูเก็ต
ระหว่าง วันที่ 19-21 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2555

DOC.6
ที่ โรงเรียน สังกัด คะแนน ระดับ อันดับ หมายเหตุ
1 โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา สพม. เขต 15 (นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา) 93.5 ทอง ชนะเลิศ
2 โรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม สพม. เขต 16 (สงขลา,สตูล) 90.14 ทอง รองชนะเลิศอันดับที่ ๑
3 โรงเรียนปาล์มพัฒนวิทย์ สพม. เขต 16 (สงขลา,สตูล) 83.01 ทอง รองชนะเลิศอันดับที่ ๒
4 โรงเรียนเมืองกระบี่ สพม. เขต 13 (ตรัง,กระบี่) 82.52 ทอง 4
5 โรงเรียนปากพนัง สพม. เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง) 82.01 ทอง 5
6 โรงเรียนร่มเกล้า สพม. เขต 15 (นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา) 79.65 เงิน 6
7 โรงเรียนมาบอำมฤตวิทยา สพม. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี,ชุมพร) 78.01 เงิน 7
8 โรงเรียนมัธยมเกาะหมาก สพม. เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง) 77.26 เงิน 8
9 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุราษฎร์ธานี สพม. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี,ชุมพร) 76.65 เงิน 9
10 โรงเรียนสวีวิทยา สพม. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี,ชุมพร) 76.52 เงิน 10
11 โรงเรียนทุ่งสงวิทยา สพม. เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง) 72.52 เงิน 11
12 โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล สพม. เขต 15 (นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา) 72.15 เงิน 12
13 โรงเรียนชัยบุรีพิทยา สพม. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี,ชุมพร) 72.01 เงิน 13
14 โรงเรียนห้วยยอด สพม. เขต 13 (ตรัง,กระบี่) 70.64 เงิน 14
15 โรงเรียนประภัสสรรังสิต สพม. เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง) 68.78 ทองแดง 15
16 โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ สพม. เขต 13 (ตรัง,กระบี่) 67.9 ทองแดง 16
17 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี สพม. เขต 15 (นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา) 67.76 ทองแดง 17
18 โรงเรียนกะเปอร์วิทยา สพม. เขต 14 (พังงา,ภูเก็ต,ระนอง) 66.01 ทองแดง 18
19 โรงเรียนกาญจนดิษฐ์ สพม. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี,ชุมพร) 64.88 ทองแดง 19
20 โรงเรียนตะกั่วป่าคีรีเขต สพม. เขต 14 (พังงา,ภูเก็ต,ระนอง) 64.76 ทองแดง 20
21 โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา สพม. เขต 14 (พังงา,ภูเก็ต,ระนอง) 61.64 ทองแดง 21
22 โรงเรียนธารโตวัฒฑนวิทย์ สพม. เขต 15 (นราธิวาส,ปัตตานี,ยะลา)
23 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ สพม. เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง)

ช่วงคะแนน และระดับเหรียญ
ร้อยละ 80 – 100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง
ร้อยละ 70 – ต่ำกว่า ร้อยละ 80   ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน
ร้อยละ 60 – ต่ำกว่า ร้อยละ 70   ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง
ต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน

 

สำหรับนักเรียนโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ซึ่งปีนี้อาจจะทำได้เพียงลำดับที่ 16 ระดับทองแดง แต่นักเรียนทุกคนก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่เต็มความสามารถและได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาฝากเพื่อน ๆ  ซึ่งปีหน้าการแข่่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคใต้ ครั้งที่ 63 จะจัดขึ้นที่จังหวัดพัทลุง

ศิลปหัตถกรรมภาคใต้ 62 (49)

รายชื่อนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขัน

1. นางสาวธัญทิพย์ แซ่เขา นักเรียนชั้น ม.4/3 โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ (ด้านซ้าย)
2. นางสาวลัทธพร จริยสันติธรรม นักเรียนชั้น ม.4/3 โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ (ด้านซ้าย)
3. นางสาวนันทิยา เฟื่องแดง นักเรียนชั้น ม.4/3 โรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ (ด้านขวา)

ครูที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครูกรรณิการ์ นกเส้ง

เก็บมาฝาก  “รูปภาพการแข่่งขัน”

ศิลปหัตถกรรมภาคใต้ 62 (40)

ศิลปหัตถกรรมภาคใต้ 62 (41)

ลำดับที่ 1 โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา

1. นางสาวยามีด๊ะห์    มูหามัด
2. นางสาวตัสนีม    เพ็ชร์นูร์
3. นางสาวนาเดียร์    กอเดร์

ครูที่ปรึกษา

1. นางเพ็ญศรี    ดุษฎีบัณฑิต
2. นางสาวนูรีมัน    อุนชูแก้ว

This slideshow requires JavaScript.