คลังเก็บ

ส่งท้ายปีเก่าปี 2559 กับ 10 เรื่องดีๆ ในปี 2559 ของครูหนึ่ง (วรัญญู อติศักดิ์กุล)

10 เรื่องดีๆ ในปี 2559

                        อาชีพครูเป็นอาชีพที่เป็นตัวอย่างให้กับคนในสังคม ถ้าครูดี ก็จะสามารถสอนลูกศิษย์อีกหลายๆ คนให้เป็นคนดีได้ อีกทั้งปีนี้เป็นปีพิเศษและเป็นปีแรกที่ครูหนึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ในรอบปีที่ผ่านมาให้กับนักเรียนและบุคคลที่สนใจได้รับทราบใน 10 เรื่องที่ดีๆ ในปี 2559 ให้กับทุกคนได้รับทราบ
สำหรับงานเขียนชิ้นนี้เป็นงานเขียนที่ตั้งใจเขียน ถึงแม้ว่าจะมีประเด็นที่ผู้เขียนคิดแล้วคิดอีกอยู่เรื่องหนึ่งว่า “เราจำเป็นจะต้องบอกให้คนอื่นๆ รู้รึเปล่าในสิ่งที่เราทำ ทำเอง เขียนเอง ประชาสัมพันธ์ตัวเอง ในเมื่อสิ่งๆ หนึ่งที่ครูยึดเป็นหลักคิดอยู่เสมอ คือ การปิดทองหลังพระ ซึ่งก็ทำมาโดยตลอด” แต่ปีนี้เป็นปีที่ครูได้มีโอกาสผลักดันและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนหลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จจากการทำความดี สิ่งที่พบคือ คนดี ควรจะมีโอกาสได้รับการประชาสัมพันธ์ในสิ่งที่ดีๆ ที่ตนเองได้ทำไป เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคม และเป็นสื่อด้านดีให้กับคนในสังคมได้ปฏิบัติตามเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปเป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยเราทุกคนสามารถทำตามหรือเลียนแบบจากตัวอย่างดีๆ ที่มีอยู่จริงได้

1.

31-12-2559-16-57-08

วันที่ 22 กันยายน 2559 สมาชิกใหม่ของครอบครัวอติศักดิ์กุลถือกำเนิดขึ้น คือ เด็กชายกตัญญู อติศักดิ์กุล หรือน้องเก่ง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นบุตรคนที่ 2 ของครูหนึ่งกับครูเอ ทรรศนีย์ อติศักดิ์กุล โดยบุตรคนแรก ชื่อ เด็กหญิงเบญจศีล อติศักดิ์กุล หรือน้องเก้า ครูหนึ่งต้องถือโอกาสนี้ขอขอบคุณครอบครัวทั้งพ่อแม่หนึ่งกับเอ น้องๆ เพื่อนครู เพื่อนๆ และคนรู้จักอีกหลายๆ ท่านที่ได้มาเยี่ยมและซื้อสิ่งของมามอบให้กับน้องเก่ง

2.

25-11-2559-10-51-57

ความสำเร็จของคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่คณะกรรมการสภานักเรียนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากการรวบรวมผลงานของคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการมาเป็นระยะเวลา 3 ปี ในฐานะหัวหน้างานส่งเสริมประชาธิปไตยและสภานักเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปี สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการได้รับรางวัลต้นแบบสภานักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ในส่วนของจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 นายกันนที ใจแก้ว ประธานนักเรียนได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานสภานักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 และรางวัลที่ภาคภูมิใจที่สุดในปลายปีที่ผ่านมา คือ สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ได้เป็นตัวแทน ภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าร่วมการแข่งขันสภานักเรียนระดับชั้น ม.1 – ม.6 ระดับประเทศ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 โดยในระดับภาค สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ คว้ารางวัลเหรียญทอง รองชนะเลิศอันดับที่ 1 มาครอง ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการร่วมแรงร่วมใจของคณะกรรมการสภานักเรียน ประจำปีการศึกษา 2559 ทุกคน คุณครูที่ปรึกษาสภานักเรียนทุกๆ ท่าน คณะครูโรงเรียนสมุทรปราการที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมของสภานักเรียนและให้คำปรึกษาสภานักเรียนถึงแม้นว่าจะไม่ได้เป็นที่ปรึกษาโดยตรง ผู้บริหารโรงเรียนทุกท่าน สมาคมศิษย์เก่า และเครือข่ายของสภานักเรียนทุกๆ เครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายสภานักเรียนด้วยกัน เครือข่ายภายในโรงเรียนที่มีความเข้มแข็ง และเครือข่ายองค์กรภาครัฐ เอกชนและท้องถิ่นต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

3.

7-11-2559-1-07-20

มีการจัดทำเว็บไซต์สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ควบคู่ไปกับ Page facebook ของสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็น Page facebook สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ เป็น Page สภานักเรียน ที่มียอดกด like มากที่สุดในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเว็บไซต์สภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการมีเป้าหมายของการจัดทำขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมผลงานของสภานักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการให้เป็นระเบียบ คณะกรรมการสภานักเรียนที่ทำกิจกรรมสามารถค้นหาผลงานที่ตนเองได้ทำได้จากการกด กิจกรรม แล้วเข้าไปที่ กิจกรรม ปี 2559 ซึ่งจะ link กับข้อมูลใน facebook ทำให้คณะกรรมการสภานักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลของตนเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประโยชน์อย่างที่ 2 คือ เป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมสภานักเรียนและการส่งเสริมประชาธิปไตย ให้กับชุมชนและสังคมได้รับทราบ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ภายในโรงเรียนของตนเองได้ ประโยชน์อย่างที่ 3 คือ การสร้างเว็บไซต์จะทำให้ข้อมูลต่างๆ ของสภานักเรียนเป็นทางการมากยิ่งขึ้น นักเรียนสามารถ search หาข้อมูลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและเป็นที่รู้จักของสังคมวงกว้าง เช่น พิมพ์ชื่อ กันนที ใจแก้ว ใน google ก็จะสามารถหาข้อมูลได้อย่างมากมาย โดยการจัดทำเว็บไซต์เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2559

4.

12-11-2559-22-15-39

การจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2559 สำเร็จ ปัจจุบันเป็นธรรมนูญฉบับที่ 3 ที่ได้เคยร่างมา หลังจากที่ได้มีโอกาสจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน ฉบับแรก คือ ธรรมนูญสภานักเรียนโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ฉบับที่ 2 คือ ธรรมนูญกรรมการนักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2556 ซึ่งการจัดทำธรรมนูญสภานักเรียน โรงเรียนสมุทรปราการ พุทธศักราช 2559 ได้มีการพัฒนาการจัดทำธรรมนูญ โดยในฉบับนี้ ได้มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่างธรรมนูญสภานักเรียน ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา ตัวแทนคณะครูและตัวแทนนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำธรรมนูญฉบับนี้ จนเป็นผลสำเร็จ โดยธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนดให้มีการจัดการเลือกตั้งประธานคณะสี เพิ่มขึ้นมา และปรับปรุงธรรมนูญให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น มีการเปลี่ยนคำจาก “กรรมการนักเรียน” มาเป็น “สภานักเรียน” การเพิ่มเกี่ยวกับค่านิยม 12 ประการเข้ามาเป็นหนึ่งในหน้าที่ของสภานักเรียนที่จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ การกำหนดเกรดของผู้สมัครเป็นประธานนักเรียน ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เป็นต้น และต้องขอขอบคุณประสบการณ์ดีๆ จากในอดีตที่ครูเคยเป็นนายกองค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บงบประมาณมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย

5.

31-12-2559-21-34-56

เป็นคุณครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนในการแข่งขันการสร้างสรรค์ผลงานด้วยโปรแกรม GSP ทั้งในระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย เข้าร่วมการแข่งขันระดับภาคกลางและภาคตะวันออก งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 ณ จังหวัดจันทบุรี ถึงแม้นว่าจะได้เพียงแค่เกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขันแต่ถือได้ว่าเราได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาก โดยทุกๆ ปี ครูมีหน้าที่ในการฝึกซ้อมนักเรียนในการแข่งขันคิดเลขเร็ว และการสร้างสรรค์ผลงานด้วยโปรแกรม GSP ทั้งในระดับชั้น ม.ต้นและ ม.ปลาย ซึ่งปีนี้ก็ถือได้ว่าเป็นปีที่ 3 แล้วที่ได้มีโอกาสฝึกซ้อมให้กับนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ และเป็นปีแรกที่ได้มีโอกาสเข้ารอบไปแข่งขันในระดับภาค และได้สร้างมิติใหม่ของการฝึกซ้อมนักเรียนโดยการให้คุณครูภัทรพล แก้วเสนา โรงเรียนวัดทรงธรรม ซึ่งเป็นครูที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการแข่งขัน GSP ภายในจังหวัดสมุทรปราการได้ช่วยสอนนักเรียน ถึงแม้นว่าในระดับเขตพื้นที่จะเป็นคู่แข่งขันกันก็ตาม แต่คุณครูภัทรพล แก้วเสนา ก็สอนนักเรียนอย่างไม่ห่วงวิชาความรู้เลย และต้องขอขอบคุณคุณครูภัทรพล แก้วเสนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

6.

การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับคณิตศาสตร์

31-12-2559-22-07-48

ช่วงต้นปี วันที่ 16 มกราคม 2559 โรงเรียนบางระจันวิทยา จังหวัดสิงห์บุรี โดยคุณครูวุฒิศักดิ์ พวงทอง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อนที่แสนดีและคบกันมานานกว่า 10 ปี ได้รับการติดต่อให้ไปสอนนักเรียนเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม GSP เบื้องต้น ในกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพนักเรียน โครงการห้องเรียนคุณภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภายนอกครั้งที่ 3 หลังจากครั้งล่าสุด เมื่อเกือบ 8 ปีที่แล้ว  ครูได้ไปเป็นวิทยากร ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ในหัวข้อ “เรียนๆ เล่นๆ ต้องเรียนเป็น” สิ่งที่ประทับใจ คือ นักเรียนตั้งใจเรียนดี และได้รับเงินตอบแทนค่าวิทยากร มาเป็นจำนวนสามพันกว่าบาท ครูได้ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลในการมอบเงินจำนวน 2,500 บาท ให้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เงินอีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้เป็นค่าเดินทางเนื่องจากต้องขับรถไปสิงห์บุรีด้วยตนเอง ต้องขอขอบคุณคุณครูวุฒิศักดิ์ พวงทอง มากๆ ที่ให้โอกาสในการเป็นวิทยากรในครั้งนั้น ทำให้เพื่อนคนนี้มีความมั่นใจในการสอนนักเรียนมากขึ้น

31-12-2559-21-51-05

ช่วงปลายปี วันที่ 8 ธันวาคม 2559 โรงเรียนเทศบาลปากน้ำศิริวิทยานุสรณ์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยคุณครูพงศ์เทพ เขม้นกสิกรรม เพื่อนครูที่อบรมลูกเสือ ATC ด้วยกันเมื่อปี 2558 ได้โทรศัพท์ติดต่อมาให้ช่วยเป็นวิทยากรคณิตศาสตร์ให้หน่อย เนื่องจากไม่สามารถติดต่อวิทยากรคนอื่นได้ ในความคิดครู เมื่อเพื่อนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือถ้าเราสามารถช่วยเหลือได้ก็จะช่วยเสมอ โดยงานนี้ครูได้เป็นวิทยากรค่ายคณิตศาสตร์ เพื่อการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ และได้ให้ความรู้นักเรียนในหัวข้อ “STEM EDUCATION”  โดยนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมคือนักเรียนโรงเรียนเทศบาลปากน้ำศิริวิทยานุสรณ์ทั้งโรงเรียน จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 350 คน และต้องขอขอบคุณคุณครูพงศ์เทพ เขม้นกสิกรรม ที่ให้โอกาสวิทยากรคนนี้มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

7.

31-12-2559-22-35-15

เป็นคุณครูประจำชั้นที่รวบรวมเงินผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาให้โรงเรียนสมุทรปราการได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโรงเรียน โดยได้เป็นเงินประมาณ 106,000 บาท มามอบให้กับโรงเรียนสมุทรปราการ เพื่อนำมาพัฒนาห้องเรียนต่างๆ ในโรงเรียน โดยโรงเรียนได้นำเงินผ้าป่าที่ได้ ไปทำการติดตั้งเครื่องเสียงและเครื่องฉายภาพภายในห้องเรียน จากผลงานผ้าป่าสามัคคีที่ได้เป็นอันดับที่ 2 และยอดเงินเกินหนึ่งแสนบาท ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงมอบสร้อยคอทองคำ 1 สลึงให้กับคุณครูที่สามารถทำได้ ครูได้นำสร้อยคอทองคำที่ไได้ในวันนั้นไปขาย แล้วนำเงินที่ได้จากการขายทั้งหมดมอบให้กับนักเรียนห้องเรียน ม.2/1 เพื่อเป็นเงินห้อง สุดท้ายนี้เงินผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา บุคคลที่มีผลงานมากที่สุดคือผู้ปกครองนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกท่านและนักเรียน ม.2/1 ทุกคน ที่ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อนำเงินมาพัฒนาโรงเรียนสมุทรปราการให้พัฒนามากยิ่งขึ้น ครูหนึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

8.

31-12-2559-22-48-37

เด็กหญิงปุณณมาส ขาวผ่อง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ในนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่รับโล่ห์รางวัลจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการในวันเด็ก ปี 60 โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการได้เข้ามาถ่ายทำวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติและแนวคิดของปุณณมาส ปุณณมาส ไม่ใช่นักเรียนห้อง ม.2/1 คนเดียวที่ครูหนึ่งได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริม ครูได้สอนให้นักเรียนตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม เมื่อมีการแข่งขันของกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือกิจกรรมใดๆ ครูก็จะสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมและรู้จักที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนักเรียนห้อง ม.2/1 ไม่มีนักเรียนที่ติด 0, ร , มส , มผ และยังมีผลการเรียนในระดับต้นๆ ของระดับชั้นเรียนอยู่หลายคน เช่น เด็กชายอลงกรณ์ ซึ่งมีผลการเรียน 4.00 ทุกภาคเรียน ครูเองก็ต้องขอบใจนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกคนที่ตั้งใจเรียน และเป็นนักเรียนที่ดีอยู่เสมอ

9.

31-12-2559-23-02-25

ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการทำความดี โดยการบริจาคโลหิตต่อชีวิตให้กับผู้อื่น เนื่องจากครูหนึ่งเป็นครูที่บริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันเป็นครั้งที่ 15 แล้ว จุดเริ่มต้นของการบริจาคโลหิตคือ มีเพื่อนครูในโรงเรียนทุ่งยาวผดุงศิษย์ คือ พี่เนตร ติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ต้องการเลือดกรุ๊ป A มาใช้ในการรักษา ครูหนึ่งตอนนั้นก็อายุ 27 ปีแล้ว ต้องการที่จะบริจาคโลหิตให้กับพี่เนตร ซึ่งก่อนหน้านั้นก็กลัว ไม่เคยจะบริจาคโลหิตเลย แต่จากวันนั้น ทำให้ครูหนึ่งบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอมา และปีนี้ในฐานะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน ครูหนึ่งและครูปาล์ม (คุณครูธรรศกร ดิษฐสุวรรณ) ได้ร่วมกันเชิญชวนนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการ โดยเริ่มจากคณะกรรมการสภานักเรียนร่วมกันบริจาคโลหิต ในโครงการบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ประจำปี 2559 ร่วมกับทางจังหวัดสมุทรปราการ เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยโรงเรียนสมุทรปราการไม่ได้ส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการบริจาคมาหลายปีแล้ว และจากจุดเริ่มต้นนั้นเอง จึงทำให้คณะกรรมการสภานักเรียนและนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการหลายคน เริ่มที่จะบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ

10.

31-12-2559-23-17-18

การสอนเสริมให้กับนักเรียนอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นประจำทุกปี ที่ครูหนึ่งได้ขออนุญาตผู้อำนวยการในการสอนเสริมให้กับนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการทั้งช่วงเย็น เวลา 15.10 – 16.00 น. สอนให้กับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ เพื่อให้นักเรียน ม.1/1 มีความรู้มากกว่านักเรียนปกติ และเวลา 16.00 – 17.00 น. สอนเสริมให้กับนักเรียน ม.ต้น ที่ต้องการจะเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม และในช่วงปิดภาคเรียน ครูหนึ่งเองก็สอนเสริมให้กับนักเรียนเป็นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย ถึงแม้นว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยุ่งมากไม่ค่อยจะได้สอน แต่ความตั้งใจของครูก็ยังคงมีอยู่เสมอ ” เพราะคนเป็นครูจะต้องสอนหนังสือ ให้นักเรียนมีความรู้และเป็นคนดี ครูจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี รู้จักที่จะเสียสละ เพราะปัจจุบัน ถ้าครูทุกคนหันไปสอนพิเศษ เก็บเงินนักเรียนกันหมด แล้วใครเล่าจะเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียนได้ นักเรียนโตขึ้น ก็จะสอนคนอื่นโดยหวังสิ่งตอบแทนเช่นตัวอย่างที่พบเห็นอยู่ ความรู้ไม่ควรจะคิดเป็นเงินเสมอไป ถ้ามีโอกาสมอบให้ได้ ครูคนนี้ก็จะไม่ปฏิเสธเลย ”

สุดท้ายนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องราวในปีที่ผ่านมาที่ครู ไม่ได้กล่าวถึง ครูต้องขอขอบคุณพ่อ แม่ ที่สอนให้ครูเป็นคนดี รู้จักที่จะเสียสละ ขอขอบคุณภรรยา ที่อยู่เบื้องหลังในทุกๆ การกระทำเป็นผู้ให้กับสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ ขอบคุณน้องๆ ลูกๆ ที่เป็นกำลังใจให้กับเข้าใจกัน ขอขอบคุณครูบาอาจารย์และสถาบันการศึกษา ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้และสอนให้เป็นคนดี ขอขอบคุณผู้บริหาร เพื่อนครู และเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจและเปิดโอกาสให้ทำในสิ่งที่ดีๆ ขอขอบคุณผู้ปกครองนักเรียน ที่มอบของขวัญปีใหม่ให้และช่วยเหลือครูเมื่อขอความร่วมมือ ขอขอบใจคณะกรรมการสภานักเรียน ปี 2559 ทุกคนที่รวมกันพัฒนาโรงเรียนไปด้วยกัน ขอขอบใจนักเรียนห้อง ม.2/1 ทุกคนที่เป็นนักเรียนที่น่ารักและตั้งใจเรียน และขอขอบคุณนักเรียนโรงเรียนสมุทรปราการที่เริ่มที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น

ปีหน้าก็ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จ คิดสิ่งใดก็ให้สมดั่งปรารถนาทุกประการ

 

สนทนาธรรม “เซนกับสตีฟ จ็อบส์” โดย สุทธิชัย หยุน กับ ว.วชิรเมธี

บทแผ่เมตตา

บทแผ่เมตตา

สัพเพ สัตตา:
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ:
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ:
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ:
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ:
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้น จากทุกข์ภัย ทั้งสิ้นเถิด.

สวดมนต์ทำนองสรภัญญะจาก youtube

สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ

๑.บทสวดบูชาพระรัตนตรัย

อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ  ภะคะวา  พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)

สะหวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม            ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)

สุปะฏิปันโนภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ    สังฆังนะมามิ (กราบ)

๒.บทสวดนมัสการ

(นำ) นะโมตัสสะ ภะคะวะโต(รับ) อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ      (๓ จบ)

๓. บทสวดพระพุทธคุณ

(นำ) อิติปิโสภะคะวา(รับ) อะระหังสัมมา  สัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ, สัตถาเทวะมะนุสสานัง,พุทโธภะคะวาติ

๔.บทสวดพระพุทธคุณทำนองสรภัญญะ

(นำ) องค์ใดพระสัมพุทธ       (รับ) สุวิสุทธสันดาน

ตัดมูลกเลสมาร                 บ มิหม่นมิหมองมัว

หนึ่งในพระทัยท่าน             ก็เบิกบานคือดอกบัว

ราคี บ พันพัว                   สุวคนธกำจร

องค์ใดประกอบด้วย            พระกรุณาดังสาคร

โปรดหมู่ประชากร              มละโอฆกันดาร

ชี้ทางบรรเทาทุกข์              และชี้สุขเกษมศานต์

ชี้ทางพระนฤพาน              อันพ้นโศกวิโยคภัย

พร้อมเบญจพิธจัก-             ษุจรัสวิมลใส            

เห็นเหตุที่ใกล้ไกล              ก็เจนจบประจักษ์จริง

กำจัดน้ำใจหยาบ               สันดานบาปแห่งชายหญิง

สัตว์โลกได้พึ่งพิง                มละบาปบำเพ็ญบุญ

ข้าขอประนตน้อม              ศิระเกล้าบังคมคุณ

สัมพุทธการุญ-                  ญ ภาพนั้นนิรันดร(กราบ)

๕.บทสวดพระธรรมคุณ

(นำ) สะหวากขาโต  (รับ) ภะคะวะตาธัมโม  สันทิฏฐิโก  อะกาลิโก  เอหิปัสสิโก  โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง  เวทิตัพโพ วิญญูหีติ

๖.บทสวดพระธรรมคุณทำนองสรภัญญะ

(นำ) ธรรมะคือคุณากร        (รับ) ส่วนชอบสาธร

ดุจดวงประทีปชัชวาล

แห่งองค์พระศาสดาจารย์            ส่องสัตว์สันดาน

สว่างกระจ่างใจมล

ธรรมใดนับโดยมรรคผล             เป็นแปดพึงยล

และเก้ากับทั้งนฤพาน

สมญาโลกอุดรพิสดาร                อันลึกโอฬาร

พิสุทธิ์พิเศษสุกใส

อีกธรรมต้นทางครรไล               นามขนานขานไข

ปฏิบัติปริยัติเป็นสอง

คือทางดำเนินดุจคลอง               อันล่วงลุปอง

ยังโลกอุดรโดยตรง

ข้าขอโอนอ่อนอุตมงค์                นบธรรมจำนง

ด้วยจิตและกายวาจา

(กราบ)

 

๗.บทสวดพระสังฆคุณ

(นำ)สุปฏิปันโน   (รับ) ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ   อุชุปะฏิปันโนภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน  ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน  ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ  อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา            เอสะภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ  อาหุเนยโย    ปาหุเนยโย  ทักขิเนยโย อัญชลี กะระณีโย  อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

๘. บทสวดพระสังฆคุณทำนองสรภัญญะ

(นำ) สงฆ์ใดสาวกศาสดา              (รับ) รับปฏิบัติมา

แต่องค์สมเด็จภัควันต์

เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร-             ลุทางที่อัน

ระงับและดับทุกข์ภัย

โดยเสด็จพระผู้ตรัสไตร              ปัญญาผ่องใส

สะอาดและปราศมัวหมอง

เหินห่างทางข้าศึกปอง               บ มิลำพอง

ด้วยกายและวาจาใจ

เป็นเนื้อนาบุญอันไพ-                 ศาลแด่โลกัย

และเกิดพิบูลย์พูนผล

สมญาเอารสทศพล                   มีคุณอนนต์

อเนกจะนับเหลือตรา

ข้าขอนบหมู่พระศรา-                พกทรงคุณา

นุคุณประดุจรำพัน

ด้วยเดชบุญข้าอภิวันท์               พระไตรรัตน์อัน

อุดมดิเรกนิรัติศัย

ขอจงขจัดโภยภัย                     อันตรายใดใด

จงดับและกลับเสื่อมสูญ             (กราบ)

๙.บทสวดชัยสิทธิคาถา

(นำ พาหุง  (รับ) สะหัสสะมะภินิม มิตะสาวุธันตัง           

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวามุนินโท

ตันเตชะสาภะวะตุเต ชะยะสิทธินิจจัง

๑๐. บทสวดชัยสิทธิคาถาทำนองสรภัญญะ

(นำ) ปางเมื่อพระองค์ปะระมะพุท- (รับ)ธะวิสุทธะศาสดา

ตรัสรู้อะนุตตะระสะมา-                     ธิ ณ โพธิบัลลังค์

ขุนมารสะหัสสะพาหุพา-                    หุวิชาวิชิตขลัง

ขี่คีริเมขละประทัง                           คะชะเหี้ยมกระเหิมหาญ

แสร้งเสกสะราวุธะประดิษฐ์                กะละคิดจะรอนราญ

รุมพลพะหลพะยุหะปาน                    พระสมุททะนองมา    

หวังเพื่อผจญวะระมุนิน-                    ทะสุชินะราชา

พระปราบพะหลพะยุหะมา                 ระมะเลืองมลายสูญ

ด้วยเดชะองค์พระทศพล                   สุวิมละไพบูลย์

ทานาทิธัมมะวิธิกูล                          ชนะน้อมมะโนตาม

ด้วยเดชะสัจจะวัจนา                        และนะมามิองค์สาม

ขอจงนิกรพละสยาม                         ชะยะสิทธิทุกวาร

ถึงแม้จะมีอะริวิเศษ                         พละเดชะเทียมมาร

ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ                   อะริแม้นมุนินทร

(กราบ  ๓ ครั้ง)

ที่มา: เว็บไซต์ OKnationblog

มาเรียนรู้หลักไตรลักษณ์ และ ไตรสิกขา

ไตรลักษณ์ แปลว่า ลักษณะ 3 ประการ หมายถึงสามัญลักษณะ คือ กฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวง อันได้แก่ อนิจจลักษณะ ความไม่เที่ยง ทุกสิ่งในโลกย่อมมีการแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา, ทุกขลักษณะ ความเป็นทุกข์ คือ มีความบีบคั้นด้วยอำนาจของธรรมชาติทำให้ทุกสิ่งไม่สามารถทนอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดไป, และ อนัตตลักษณะ ความที่ทุกสิ่งไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามต้องการได้ เช่น ไม่สามารถบังคับให้ชีวิตยั่งยืนอยู่ได้ตลอดไป ไม่สามารถบังคับจิตใจให้เป็นไปตามปรารถนา

รูปภาพ

พุทธทาสภิกขุ (2535 : 70-93) กล่าวว่า สรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นไปตามหลักไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรที่น่าหลงใหลปรารถนาหรือน่ายึดถือ หากใครเข้าไปยึดมั่นด้วยอุปาทานทั้ง 4 ด้วยอำนาจของอวิชชา ก็จะเกิดความทุกข์ พระพุทธองค์ทรงสอนให้หลุดพ้นจากอำนาจนั้น โดยใช้หลักไตรสิกขา อันประกอบด้วย ศีล สมาธิและปัญญา สำหรับแนวทางของไตรสิกขานั้นถ้าจะจัดจำแนกให้เข้าใจง่ายก็ด้วยการจัดองค์มรรค (ทางดับทุกข์) เข้าในไตรสิกขา ดังนี้

 

ไตรสิกขา มรรค โอวาทปาติโมกข์
ศีล สัมมากัมมันตะ

สัมมาวาจา

สัมมาอาชีวะ

  • การไม่ทำความชั่วทั้งปวง โดยระวังรักษากิริยา วาจา
  •  ไม่ให้ไปกระทบกระทั่ง สร้างความรำคาญให้ผู้หนึ่งผู้ใด
  • และ ดำรงชีพอยู่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต
สมาธิ สัมมาวายามะ

สัมมาสติ

สัมมาสมาธิ

  • ทำความดีให้ถึงพร้อม โดยเพียรรักษาศีลที่มีอยู่แล้ว
  •  ให้คงอยู่ และใช้สติ สมาธิ ระวังรักษาใจ
  •  ระวังรักษากายไม่ให้ตกออกไปจากกรอบของศีลธรรม
ปัญญา สัมมาทิฏฐิ

สัมมาสังกัปปะ

  • จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส เพราะมีศีลมีสมาธิ เมื่อจะพูด
  • จะทำอะไร ก็คิดพิจารณาถึงความถูกต้อง มีเหตุผล
  • ยึดมั่นในหลักของศีลธรรม มีวิจารณญาณ

การเปรียบเทียบองค์ธรรมในไตรสิกขา กับ มรรค 8 แสดงให้เห็นว่า ศีล สมาธิ และ ปัญญา อันเป็นองค์ธรรมในไตรสิกขานั้น เป็นเรื่องเดียวกันกับ องค์มรรค ในอริยสัจ ดังนั้น มนุษย์ที่ได้รับการฝึกฝนอบรม ตามหลักไตรสิกขา ก็จะมีชีวิตที่ดี ชีวิตที่ประเสริฐ มีความเจริญงอกงามก้าวไปใน มรรค คือ วิถีทางแห่งการดับทุกข์

รูปภาพ

ที่มา : วิกิพีเดีย และ เว็บรายวิชาหลักธรรมกับชีวิต

เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นด้วย “มงคล 38 ประการ”

ขอบคุณภาพจาก http://www.theflowersavenue.com

ชีวิตเราแต่ละคน ประกอบด้วยสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป บางช่วงก็สุขมาก บางช่วงก็ทุกข์มาก แต่เพื่อป้องกันเหตุแห่งทุกข์ เราควรใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ในโอกาสที่เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน และวันวาเลนไทน์กันมาไม่นาน จึงขอนำมงคล 38 ประการในการดำรงชีวิตที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมไว้มาฝากกัน เพราะ มงคล คือเหตุแห่งความสุข ความสุขในชีวิตเราจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ค่ะ ส่วนมงคลทั้ง 38 ประการจะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น เชิญติดตามได้เลยค่ะ

1.การไม่คบคนพาล หรือก็คือคนคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี บุคคลเหล่านี้คือคนที่สามารถชักนำเราไปในทางที่ไม่ดีได้

2.การคบบัญฑิต คือคนคิดดี พูดดี ทำดี ซึ่งจะชักนำเราไปในทางที่ดี

3.การบูชาบุคคลที่ควรบูชา หรือก็คือการแสดงความเคารพบุคคลที่น่านับถือ น่ายกย่องเลื่อมใส เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่

4.การอยู่ในถิ่นอันสมควร เพราะการมีถิ่นที่อยู่ที่ทำให้อยู่แล้วสบายใจ มีความสุขย่อมทำให้จิตใจสงบ ซึ่งถิ่นอันสมควรอาจหมายถึงที่ ๆ มีความร่มรื่น อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ มีคนดี จิตใจโอบอ้อมอารี ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีศีลธรรม เป็นต้น

5.หมั่นทำบุญ ไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล หรือภาวนา

6.การตั้งตนชอบด้วยการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและสุจริต อยู่ในสัมมาอาชีพ

7.เป็นผู้ที่ฟังมาก เล่าเรียนมาก หรือที่เรียกว่า พหูสูตนั่นเอง

8.เป็นผู้รอบรู้ในศิลปะ คือ เป็นผู้ที่สามารถนำความรู้ต่าง ๆ มาใช้ให้บังเกิดผลได้เป็นอย่างดี

9.เป็นคนมีวินัย เพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

10.เป็นผู้ที่มีการกลั่นกรองคำพูดไว้ดีแล้วก่อนจะพูดออกไป

11.รู้จักบำรุงบิดามารดา เพราะความกตัญญูกตเวทีย่อมนำความสุขมาให้

12.เลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี เพราะการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี ย่อมทำให้พ่อแม่มีความสุขได้นั่นเอง

13.ดูแลภรรยา – คู่ชีวิตให้ดี

14.ดูแลการงานไม่ให้คั่งค้าง

15.รู้จักให้ทาน โดยทานในทางพุทธศาสนามี 3 ประเภทคือ อามิสทานคือการให้วัตถุสิ่งของเป็นทาน ธรรมทานหรือการให้ความรู้เป็นทาน และอภัยทาน

16.เป็นผู้ประพฤติธรรม คือ การประพฤติตนให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องและความดี รวมถึงหมั่นพัฒนาตนเอง

17.หมั่นสงเคราะห์ญาติ เพราะญาติเปรียบเหมือนต้นไม้ที่เกิดและอยู่รวมกันเป็นป่าดง แต่ละต้นย่อมช่วยปะทะลมพายุให้แก่กันจึงยืนต้นอยู่ได้นาน ดังนั้น การสงเคราะห์ญาติให้เข้มแข็งไม่ต่างกับการสร้างป่าที่ต้นไม้ทุกต้นสามารถอยู่ได้อย่างร่มเย็นนั่นเอง

18.เลือกทำงานที่ไม่มีโทษ หมายถึง งานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เบียดเบียนใคร หรือไปสร้างเวรต่อผู้อื่น

19.เป็นผู้ละเว้นจากบาป คือละความชั่วทั้งปวง ทั้งกาย วาจา ใจ เนื่องจากความชั่วทำให้จิตใจเศร้าหมอง

20.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา เพราะการละเว้นของมึนเมาให้โทษทุกชนิดที่จะช่วยให้รอดพ้นจากการประพฤติตนในทางเสื่อมเสียได้

21.เป็นคนที่มีสติกำกับตัวอยู่เสมอไม่ว่าจะคิด จะพูด หรือทำสิ่งใด ๆ

22.มีความเคารพ ตระหนักซาบซึ้งรู้ถึงคุณความดีของบุคคลอื่น ยอมรับนับถือความดีของเขาด้วยใจจริง แล้วแสดงความนับถือต่อผู้นั้นด้วยการแสดงความอ่อนน้อม อ่อนโยน อย่างเหมาะสมทั้งต่อหน้าและลับหลัง

23.มีความถ่อมตน คอยตามพิจารณาข้อบกพร่องของตนเอง ไม่อวดดื้อถือดี

24.มีความสันโดษ คือ รู้จักพอ รู้จักประมาณ ตามมี ตามได้ ตามควรของตน

25.มีความกตัญญู คือ ความรู้คุณ หมายถึงความเป็นผู้มีใจกระจ่าง มีสติ มีปัญญาบริบูรณ์ รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน

26.การขวนขวายหาเวลาไปฟังธรรมคำสั่งสอนจากผู้มีธรรมะ เพื่อยกระดับจิตใจและสติปัญญาให้สูงขึ้น

27.มีความอดทน หมายถึง การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่ก็ตาม

28.เป็นผู้ว่าง่าย คือ คนที่อดทนต่อคำสั่งสอนได้ เมื่อมีผู้รู้แนะนำพร่ำสอนให้ ตักเตือนให้โดยชอบธรรมแล้ว ย่อมปฏิบัติตามคำสอนนั้นโดยความเคารพอ่อนน้อม ไม่คัดค้าน ไม่โต้ตอบ ไม่แก้ตัว

29.การได้เห็นสมณะ สมณะ คือผู้ซึ่งปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบถ้าใครได้เห็นแล้วจะเกิดแรงบันดาลใจให้คิดถึงธรรม

30.มีการสนทนาธรรมตามกาล คือการพูดคุยซักถามธรรมะ เพื่อยกระดับจิตใจและปัญญาในทางธรรมของตน

31.หมั่นบำเพ็ญตบะ หมายถึง การทำความเพียรเผาผลาญกิเลสทุกชนิดให้ทนอยู่ไม่ได้ แล้วใจของเราก็จะผ่องใส หมดทุกข์

32.ประพฤติพรหมจรรย์ หมายถึงการประพฤติตนตามคุณธรรมต่างๆ ในศาสนาให้เคร่งครัดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กิเลสฟูกลับขึ้นมา

33.การเห็นอริยสัจ คือความจริงที่มีอยู่คู่โลกแต่ไม่มีใครเห็น จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วทรงชี้ให้เราดู ได้แก่ทุกข์ คือ ความไม่สบายกายไม่สบายใจต่างๆ สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ นิโรธ คือ ความดับทุกข์ สภาพที่ทุกข์หมดไป และมรรค คือ วิธีปฏิบัติเพื่อไปสู่ความดับทุกข์

34.การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เพื่อการดับกิเลส ดับทุกข์ทั้งมวลในสังสารวัฏ

35.มีจิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม คือลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

36.มีจิตไม่เศร้าโศก โดยใช้ปัญญาพิจารณาอยู่เนืองๆ ถึงความไม่เที่ยงในสิ่งของทั้งหลาย และร่างกายของเรา

37.มีจิตปราศจากกิเลส อันได้แก่ ราคะคือ ความกำหนัดยินดี รัก อยากได้ โทสะ คือ ความไม่ชอบใจ ความคิดร้าย โมหะ คือ จิตมืดมน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักบุญบาป

38.มีจิตเกษม คือมีจิตที่เป็นสุขในที่นี้หมายถึงการละแล้วซึ่งกิเลส

ทั้งหมดนี้เป็นมงคล 38 ประการที่พุทธศาสนิกชนควรน้อมนำไปปฏิบัติเพื่อความสุขความเจริญในชีวิตค่ะ

ขอบคุณภาพจาก http://www.theflowersavenue.com

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์